แผนที่ล่องเรือ


 

ห้องอาหารยกยอ บางกอกน้อย
Yok Yor Restaurant Bangkoknoi

เรือล่อง ชมวิถีชีวิตริมคลองบางกอกน้อย
เปิดบริการให้กับลูกค้าห้องอาหารยกยอ ทุกวันอาทิตย์
หลังจากรับประทานอาหารเที่ยง เรือออกเวลา ๑๖.๐๐ น.


วัดศรีสุดาราม



วัดนี้เชื่อกันว่า เป็นสถานที่ศึกษาของสุนทรภู่ กวีเอกของโลก เมื่อครั้งเยาว์วัย เพราะท่านได้เขียนไว้ในนิราศสุพรรณ (บทที่ ๒๔) ว่า

" วัดชีปะขาวคราวรุ่นรู้ เรียนเขียน
ทำสูตรสอนเสมียน สมุดน้อย
เดินระวางระวังเวียน หว่างวัดปะขาวเอย
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย สวาทห้องกลางสวน "


 


วัดนี้ เดิมเป็นวัดโบราณ ชื่อ วัดชีปะขาว หรือวัดชีผ้าขาว สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ครั้นล่วงมา น้ำได้เซาะตลิ่งพังเข้ามาจนถึงหน้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาขุนมนตรี เป็นแม่กองสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ โดยเลื่อนขึ้นจากที่เดิม ทรงโปรดให้มีความยาว ๑๕ วา กว้าง ๗ วา แล้วโปรดให้ลงเขื่อนหน้าวัด เพื่อป้องกันน้ำเซาะตลิ่งจนเป็นผลสำเร็จ ครั้นการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้พระราชทานนามวัดใหม่ ว่า "วัดศรีสุดาราม"




วัดสุวรรณาราม

วัดสุวรรณาราม เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อวัดทอง ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ จากพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มาด้วยดีตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน โดยเฉพาะรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงปฏิสังขรณ์เสนาเสนาะ ถาวรวัตถุและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้รื้อและสถาปนาใหม่หมดทั้งพระอาราม ได้ทรงสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร กำแพงแก้ว พร้อมทั้งเสนาเสนาะขึ้นมาใหม่ ครั้นสถาปนาเสร็จแล้วจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุวรรณาราม"

 

ขันลงหินบ้านบุ

แหล่งทำขันลงหินในประเทศไทยนั้น มีอยู่แห่งเดียว คือ ที่ตำบลบ้านบุ อำเภอบางกอกน้อย บริเวณข้างวัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย ปัจจุบันนี้ คือ ย่านหลังที่ว่าการเขตบางกอกน้อย การทำขันลงหินเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนอย่างหนึ่ง บ้านที่ทำขันลงหินซึ่งอยู่ใกล้กันในละแวกนั้นมีกว่าร้อยครอบครัว เล่ากันว่าครอบครัวทำขันลงหินนี้ต้นตระกูลสืบมาจากอยุธยา เมื่อกรุงแตกก็อพยพกันเป็นหมู่มาอยู่ที่บางลำภูเป็นแห่งแรก แล้วย้ายมายังบ้านบุจนปัจจุบัน


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือราชพิธี

เดิมเรียก อู่เรือพระราชพิธี สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อใช้เก็บเรือพระที่นั่ง และเรือรบ แต่ปัจจุบันใช้เก็บเรือในพิธีกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เดิมอยู่ในความควบคุมดูแลของกองทัพเรือ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ โรงเรือได้รับความเสียหายมาก และในปี พ.ศ.๒๔๙๐ สำนักพระราชวังและกองทัพเรือ ได้มอบให้กรมศิลปากรทำการซ่อมแซม ดูแล รักษา บรรดาเรือต่าง ๆ ที่ใช้ในพระราชพิธีเหล่านี้ เป็นเรือที่มีประวัติสำคัญมาแต่โบราณที่ยังคงความสวยงามในฝีมือช่างอันล้ำเลิศ และทรงคุณค่าในงานศิลปกรรม ประการสำคัญยังสามารถนำมาใช้ในการพระราชพิธีต่าง ๆ สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน กรมศิลปากรเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงได้ขึ้นทะเบียนเรือพระที่นั่งต่าง ๆ ไว้เป็นมรดกของชาติ พร้อมกับยกฐานะของอู่เก็บเรือขึ้นเป็น "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี" ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๗ เป็นต้นมา จัดแสดงเรือพระราชพิธีศิลปโบราณวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ ประกอบในพระราชพิธีชลมารคเพิ่มเติม เพื่อเปิดบริการแก่ผู้เข้าชมทั้งชาวไทย และ ชาวต่างประเทศได้ชื่นชมความงาม และศึกษาเรื่องราวของเรือพระราชพิธีได้

 


Yok Yor Restaurant Group : (Head Office) 313 Vistkasat rd, Bangkhunprom, Pranakorn, Bangkok, Thailand 10200
 (International) Tel. (662) 280-1319 (Fax) Tel. (662) 280-1320 E-Mail :
info@yokyor.co.th